ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าทุกกี่เดือน? คำตอบพร้อมวิธีทำเองใน 1 ชม.

ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าทุกกี่เดือน? คำตอบพร้อมวิธีทำเองใน 1 ชม.

คำตอบแบบไม่อ้อมค้อมค่ะ: ล้างถังซักใหญ่ทุก 1–3 เดือน (บ้านที่ซักเกือบทุกวันคือทุก 1 เดือน ซักสัปดาห์ละ 2–3 รอบคือทุก 2–3 เดือน) ส่วนขอบยางกับช่องผงซักฟอกควรเช็ดทุกสัปดาห์ ทั้งหมดทำเองได้ ใช้เวลารวมราว 1 ชั่วโมง และของที่ต้องใช้มีราคารวมไม่ถึง 100 บาทค่ะ

เครื่องซักผ้าเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าที่น่าเห็นใจที่สุดในบ้านนะคะ — เราคาดหวังให้มันทำความสะอาดทุกอย่าง แต่แทบไม่มีใครนึกถึงการทำความสะอาดตัวมันเอง จนวันที่เสื้อขาวออกมามีจุดดำเล็กๆ หรือผ้าซักใหม่มีกลิ่นแปลกๆ นั่นแหละค่ะ มันถึงได้รับความสนใจ ซึ่งมักจะสายไปหนึ่งฤดูฝนเสมอ

ข้างในเครื่องซักผ้าสกปรกได้ยังไง ทั้งที่เจอผงซักฟอกทุกวัน?

สามตัวการค่ะ หนึ่ง—คราบผงซักฟอกและปรับผ้านุ่มที่ละลายไม่หมด เกาะสะสมเป็นชั้นเหนียวหลังถัง สอง—ไขมัน เศษผิวหนัง และเส้นใยจากผ้า ที่หลุดออกทุกรอบซัก และสาม—ความชื้นถาวรในซอกที่น้ำระบายไม่ถึง สามอย่างรวมกันคือสูตรเพาะเชื้อราและแบคทีเรียชั้นเลิศ โดยเฉพาะหลังถังซักที่ตาเรามองไม่เห็น — ด้านที่เรามองเห็นสะอาดเงาแค่ไหน ไม่เคยเป็นหลักฐานของด้านที่มองไม่เห็นเลยค่ะ และนี่คือสาเหตุอันดับต้นๆ ของผ้าที่เหม็นอับทั้งที่เพิ่งซักด้วยนะคะ

ตารางความถี่ที่ควรทำ มีอะไรบ้าง?

จุดความถี่เวลาที่ใช้
เปิดฝาผึ่งถังหลังซักทุกครั้ง0 นาที (แค่ไม่ปิด)
เช็ดขอบยางประตู (ฝาหน้า)ทุกสัปดาห์2 นาที
ถอดล้างช่องใส่ผงซักฟอกทุก 2 สัปดาห์5 นาที
ล้างถังซัก (Tub Clean)ทุก 1–3 เดือน60–90 นาที (เครื่องทำเอง)
ล้างฟิลเตอร์/ที่กรองเศษผงทุก 1–2 เดือน10 นาที

ล้างถังซักด้วยตัวเอง ทำยังไงทีละขั้น?

ง่ายกว่าที่คิดค่ะ ถ้าเครื่องมีโหมด Tub Clean / Drum Clean กดโปรแกรมนั้นพร้อมผงล้างถังสำเร็จรูป (ซองละ 60–120 บาท ตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไป) แล้วปล่อยให้เครื่องจัดการ 60–90 นาที ถ้าเครื่องไม่มีโหมดนี้ ใช้สูตรบ้านๆ ได้: ตั้งน้ำร้อนสูงสุดที่เครื่องทำได้ (60–90°C) ใส่เบกกิ้งโซดา 1 ถ้วย รันรอบซักยาวที่สุดโดยไม่ใส่ผ้า จากนั้นรันซ้ำอีกรอบด้วยน้ำส้มสายชู 5% ปริมาณ 2 ถ้วยแทน (แยกคนละรอบนะคะ) เสร็จแล้วเปิดฝาผึ่งให้แห้งสนิท กลิ่นเครื่องจะเปลี่ยนไปตั้งแต่รอบแรกค่ะ

ขอบยางกับช่องผงซักฟอก จุดที่คนลืมบ่อยที่สุด ทำยังไง?

ขอบยางประตูเครื่องฝาหน้าคือแหล่งกบดานของเชื้อราสีดำค่ะ ดึงขอบยางออกเบาๆ แล้วเช็ดในซอกด้วยผ้าชุบน้ำผสมเบกกิ้งโซดา ถ้ามีจุดดำฝังแล้ว ใช้แปรงสีฟันเก่าขัดกับเบกกิ้งโซดาเพสต์ ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วเช็ดออก ส่วนช่องใส่ผงซักฟอก ถอดออกมาแช่น้ำอุ่น 15 นาทีแล้วขัดคราบเมือกออก — คราบลื่นๆ นั่นคือปรับผ้านุ่มเก่าที่บูดแล้วนะคะ ฟังดูไม่น่ารักเลย แต่มันคือสิ่งที่ไหลผ่านลงไปหาผ้าของเราทุกรอบ ใครใช้เครื่องฝาหน้าอยู่หรือกำลังเลือกซื้อ อ่านจุดต้องดูแลเพิ่มเติมได้ในฝาหน้า vs ฝาบนค่ะ

จะรู้ได้ยังไงว่าถึงเวลาล้างแล้ว โดยไม่ต้องรอครบเดือน?

สัญญาณเตือน 4 อย่างค่ะ: เปิดฝาแล้วได้กลิ่นอับแทนที่จะไม่มีกลิ่น, มีจุดหรือคราบดำเล็กๆ ติดผ้าหลังซัก (นั่นคือแผ่นเชื้อราหลุดมาทักทาย), ผ้าซักเสร็จไม่หอมสะอาดเหมือนเคยทั้งที่ใช้ผงเดิม, หรือเห็นคราบตะกอนขาวๆ บนผ้าสีเข้ม เจอข้อใดข้อหนึ่ง ล้างได้เลยไม่ต้องรอกำหนดค่ะ และถ้าล้างแล้วผ้าขาวยังหมองอยู่ ปัญหาอาจอยู่ที่วิธีซัก ลองอ่านวิธีซักผ้าขาวให้ขาวจริงต่อนะคะ

คิดเป็นตัวเลขปิดท้ายค่ะ: การล้างเครื่องปีละ 4–6 ครั้ง ต้นทุนรวมราว 300–500 บาท แลกกับการยืดอายุเครื่องราคา 10,000–20,000 บาทออกไปอีกหลายปี และผ้าทุกตะกร้าที่สะอาดจริงตั้งแต่ต้นทาง — ที่ร้านเรา เครื่องทุกตัวมีตารางล้างประจำสัปดาห์ เพราะเราถือว่าถังซักคือห้องอาบน้ำของผ้า และห้องอาบน้ำที่ดีต้องสะอาดกว่าตัวผู้มาอาบเสมอค่ะ เครื่องที่บ้านคุณล้างครั้งล่าสุดเมื่อไหร่คะ? ถ้านึกไม่ออก... นั่นแหละค่ะคำตอบ

ขี้เกียจซักเอง?

บางสัปดาห์ชีวิตก็ยุ่งเกินกว่าจะยืนเฝ้าเครื่องซัก — ให้ GO Laundry จัดการให้ ซัก อบ พับ หอมเหมือนออกจากสปา แล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่รักดีกว่า

รู้จัก GO Laundry →

คำถามที่พบบ่อย

ใช้คลอรีนล้างถังซักแทนผงล้างถังได้ไหม?

ได้แต่ไม่ใช่ตัวเลือกแรกค่ะ คลอรีนฆ่าเชื้อราได้ดีจริง แต่กัดกร่อนซีลยางและชิ้นส่วนโลหะถ้าใช้บ่อย และต้องรันรอบล้างเปล่าซ้ำให้หมดกลิ่นก่อนซักผ้าจริง ผงล้างถังสำเร็จรูปหรือสูตรเบกกิ้งโซดา+น้ำส้มสายชูอ่อนโยนต่อเครื่องกว่าในระยะยาวค่ะ

เครื่องซักผ้าที่บ้านไม่มีโหมด Tub Clean ล้างยังไง?

ใช้รอบซักปกติที่ยาวที่สุด ตั้งน้ำร้อนสุดที่เครื่องมี (หรือเติมน้ำอุ่นเองสำหรับฝาบนรุ่นเก่า) ใส่เบกกิ้งโซดา 1 ถ้วย รันเปล่าโดยไม่มีผ้า 1 รอบ แล้วรันซ้ำด้วยน้ำส้มสายชู 2 ถ้วยอีกรอบ ปิดท้ายด้วยเปิดฝาผึ่งแห้ง ได้ผลใกล้เคียงโหมดสำเร็จรูปค่ะ

จุดดำบนขอบยางที่ขัดไม่ออกแล้ว อันตรายไหม ต้องเปลี่ยนยางเลยหรือเปล่า?

จุดดำที่ฝังในเนื้อยางคือรอยที่เชื้อราทิ้งไว้ค่ะ ถ้าขัดด้วยเบกกิ้งโซดาเพสต์แล้วไม่ออก แปลว่าเป็นรอยถาวร ไม่สวยแต่ไม่อันตรายร้ายแรงหากล้างเครื่องสม่ำเสมอ ควรเปลี่ยนซีลยาง (ค่าอะไหล่+ช่างราว 800–2,000 บาท) เมื่อยางเริ่มแข็ง แตก หรือมีน้ำรั่วซึมค่ะ